0010 : They said,I'm an unusual people.

posted on 29 Oct 2009 01:56 by fa-free-form

หลังจากที่ไม่ได้ Update นานเลย 

ช่วงที่ผ่านมาหลายเดือนเบื่อและหน่ายกับตัวเองบวกกับอะไรรอบตัว

เหมือนตัวเองแก่ลงไปหลายปี

ไม่ตื่นเต้น เฮฮา ใช้ชีวิตโลดโผน

จริงๆเป็นวัยรุ่นที่เรียบร้อยทางกายภาพ แต่แอบคิดอะไรแรงๆอยู่เงียบๆ

ตอนนี้เปิดเทอมครั้งสุดท้ายแล้ว

เป็นปีสุดท้ายที่จะเรียนอยู่ที่นี่

และมีเรื่องให้ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ให้สาใจที่ไม่ได้ตื่นเต้นกับอะไรมากๆนาน

คือ รู้สึกว่า ตัวเองชอบงานfine artมากกว่าCommercial art

และไม่ชอบทำโฆษณาเลย ไม่มีความสุข

แต่กลับมาความสุขมากที่ได้นั่งวาด นั่งทำอะไรเล็กๆน้อยๆเงียบๆ

อย่างน้อยเวลา3ปีครึ่งก็ทำให้ได้รู้จักตัวเอง และอะไรอีกเยอะมากที่ลาดกระบัง

 

มาต่อที่Projectนี้

เป็นงานที่ต้องทำก่อนทำThesis และเราเลือกได้ว่าจะทำอะไร โดยเอาไปเสนออาจารย์

เราเลือกทำภาพประกอบ ได้แรงบรรดาลใจจากหนังเรื่องFUR

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Diane Arbus ช่างภาพชาวอเมริกัน Dianeชอบถ่ายภาพแปลกๆ

การแสดงงานครั้งแรก คนที่มาดูถึงกับประณามว่าภาพของเธอเป็นภาพวิตถารเลยทีเดียว

มาดูตัวอย่างภาพที่เธอถ่าย

 

 

 

 

ดูFURแล้วชอบมาก ถึงนิโคล คิดแมนจะหน้าไม่เหมือนDiane

แต่คิดว่านิโคลเล่นบทเก็บกดอะไรไว้ในใจได้ดี และเหมาะกับบทนี้มาก

รักหนังเรื่องนี้ ดูแล้วปั่นป่วน ก้ำกึ่งระหว่างชอบกับเกลียดเลย พีคมาก

อธิบายไม่ถูก แต่เหมือนมันตีเอาความรู้สึกที่ลึกๆขึ้นมาให้เรารู้สึกอีกครั้งนึง

จากที่เราลืมมันไปนานแล้ว หรือไม่อยากจำมันอีก

เป็นความกลัว ความอาย ความเห็นแก่ตัว ความไม่อยากเป็นตัวประหลาด

การยอมทำอะไรที่ไม่อยากทำไม่เป็นตัวเอง เพื่อแลกมากับสถานะความเป็นปกติ

อะไรทำนองนั้น :)

ถ้ายังไม่ได้ดู อยากให้ลองดูกัน หนังเข้าใจใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบมากๆ

 

จริงๆProjectนี้ งานทั้งหมดกำหนดไว้20ชิ้นงาน

แต่เราทำไม่ครบ20 และเลือกงานที่ชอบเท่านั้นมาลงบล๊อก

เพราะด้วยขอบเขตมากมาย ทำให้งานบางชิ้นไม่เป็นไปอย่างที่เราอยากให้เป็น

รวมทั้งเรื่องการตีความและระยะเวลาในการทำงานมีส่วนมากในการทำงานภาพประกอบ

ถือว่าวางแผนงานไม่ดี ไม่ประสบความสำเร็จ แต่รูปที่ออกมาก็ชอบมากด้วยเหมือนกัน

ต่ออไปต้องวางแผนให้ดีดว่านี้

 

 

B/W Illustration about Unusual People. ( inspired by Diane Arbus )

พูดถึงสิ่งที่ลึกๆแล้วคนทั่วไปไม่ให้การยอมรับ

ขอบเขตของงานคือ เป็นภาพประกอบโดยใช้เส้น และเป็นภาพขาวดำเท่านั้น

 

 -----

" They said, I just a woman. "

B/W Illustration about Unusual People.
( inspired by Diane Arbus )

 ภาพนี้สื่อถึงความเป็นผู้หญิง การที่แอ็ปเปิ้ลถูกกัด สื่อถึงการที่Eveเข้าไปในสวนEden

และกัดกิน"ผลไม้แห่งปัญญา"คือแอ็ปเปิ้ลเข้าไป ทำให้พบวิบากกรรมต้องเกิดมาในโลกมนุษย์

และในศาสนายิว ยังบัญญัติไว้ว่าการเกิดเป็นหญิงถือเป็นบาป ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ

เพื่เป้นการรับบาปนั้น เช่น การโพกผ้าปิดบังหน้าตา การมีประจำเดือน เป็นต้น

นี่เป็นส่วนหนึ่งในการถูกจัดเป็นเพศที่2ที่อยู่ในฐานะรองมาเป็นเวลานาน(ถึงนานมากๆ)

-----

 

 

 

-----

" They said, I just a person with disability. "

B/W Illustration about Unusual People.
( inspired by Diane Arbus )

ทุกคนเรียกเธอว่าหญิงพิการ แต่นั่นเป็นเพียงการจัดประเภทจากคนอื่นเท่านั้น

ใช้ชีวิตแบบที่เธออยากใช้ได้ และเลือกที่จะมีความสุขได้ ไม่ต่างจากคนอื่นนี่นา

-----

 

 

-----

" They said, I just the poor."

B/W Illustration about Unusual People.
( inspired by Diane Arbus )


-----

 

 

วันนี้ลงเท่านี้ก่อน ง่วงแล้ว แล้วเจอกันคราวหน้าค่ะ :D

 

0009: Sis-Up

posted on 26 Jun 2009 07:47 by fa-free-form

 

สองคนนี้เป็นพี่น้องกันค่ะ และมองแว็บเดียวก็น่าจะรู้ว่าสองคนนี้เป็นfashionista

และถ้ามีคำถามเล็กๆว่าทำไมสองคนนี้ต้องผมหยิกเหมือนกันด้วย!?

คำตอบมาจากเพื่อนผมหยิกของฉัน

 

เืพื่อนของฉันติดต่อมา ว่ามีคนต้องการอยากให้ทำภาพประกอบและนามบัตร รวมทั้งป้ายร้าน

เป็นร้านขายรองเท้าและกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองชื่อSis-Up สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ อยุธยา ซอย2  BG1332

 

หลังจากได้briefงานทางe-mail

คืนนั้นฉันก็วาดรูปสองพี่น้องSis-Upออกมา

..ภาพประกอบที่อยากได้เป็นภาพสองสาวพี่น้อง และผมหยิกด้วยกันทั้งคู่..

เริ่มวาดตั้งแต่ตี1กว่าจะเสร็จก็ตี4เศษๆ

แต่ว่าระหว่างวาดเพลินมาก ไม่ง่วงเลย

 

ความรู้สึกที่รูปค่อยๆเป็นรูปเป็นร่าง เหมือนกับว่ากำลังมีลูกเลย 

ถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีลูกก็ตาม สรุปว่าฉันรักรูปที่วาดเหมือนลูกละกันนะคะ ^ ^

 

 

 

ภาพป้ายร้านที่ทำให้เลือก 3 แบบ

 

แบบแรก

 

 

 

 

แบบที่สอง

 

 

 

 แบบที่สาม

 

 

 

 

 

นามบัตรด้านหน้า

 

 

 

นามบัตรด้านหลัง

 

ตอนออกแบบอยากให้มันดูไม่เยอะ สีสันต์ไม่มาก เพราะมันจะดูยัดเยียด

อะไรที่เราถูกยัดเยียดมากๆ มันก็จะน่าเบื่อมากๆด้วยเหมือนกัน

เลยลองทำไปให้ลูกค้าดู

 

ภาพประกอบทำเสร็จนานมากแล้ว

แต่ว่าส่วนของนามบัตรแล้วก็ป้ายติดไว้ เพราะช่วงนั้นงานเยอะมาก

ประกอบกับคนที่ว่าจ้างให้ทำเป็นคนที่เพื่อนรู้จัก

เลยขอเลื่อนเวลา แต่ก็ช้ามา จนรู้สึกผิดแล้วก็ลดราคาให้

จากที่ตอนแรกลดราคาอยู่แล้วเพราะรู้จักกับเืพื่อน

 

 

 

งานนี้ทำเสร็จไปเมื่อ2เดือนที่แล้วค่ะ

ยังวางแผนการทำงานไม่ดีเท่าที่ควรเป็นนักเพราะเลตงาน

แต่งานที่ออกมาตัวเองพอใจมาก ไม่รู้ว่าตอนนี้ทางร้านทำป้ายร้านรึยัง

แต่ถ้าใครผ่านไปเจอ ก็อย่าลืมแวะเข้าไปSis-Upนะคะ

(เรากำลังหาโอกาสไป ยังไม่เคยไปเหมือนกัน แต่เคยเห็นภาพในร้านเรียบร้อยแล้ว)

 

ขอให้ขายดีนะ Sis-Up

ขอบคุณที่ไว้ใจให้ฟ้าช่วยงานค่ะ

 

 

รู้สึกว่าการวาดรูปด้วยปากกาหมึกซึมสีดำเหมือนการนั่งสมาธิ

เพราะแต่ละเส้น ผ่านการคิดและทบทวนซ้ำไปมาในหัวเราแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว

รูปหลายๆรูปที่ดูเหมือนง่าย ที่เราพบเห็นทั้งงานศิลปะต่างๆนานา รวมทั้งทุกสิ่งรอบตัว

ล้วนถูกขีดและออกแบบโดยคนและธรรมชาติมาแล้วทั้งนั้น

ฉันมองว่ามันมหัศจรรย์นะคะ ลองมองรอบๆตัวเรา มันมากมายด้วยการออกแบบจริงๆ

 

 

 ฟ้า :")


edit @ 26 Jun 2009 09:18:31 by ฟ้าคนเดียว

0008:dream

posted on 07 Jan 2009 05:36 by fa-free-form

 

ตอนเด็กๆไม่ค่อยจะฝันเท่าไรเลย

จำได้ว่าเคยสงสัยว่าทำไมหนอ เราไม่ค่อยฝัน เพราะอะไรกัน

แต่ก็รู้สึกดี ที่ได้นอนเต็มที่ เหมือนเป็นช่วงสุญญากาศ ความคิดหลับไหล

แต่ช่วงนี้เริ่มฝันบ่อย

เรื่องตลกของความฝัน คือ ไม่ว่าเราจะฝันแปลกเท่าไร

หรือไปในที่ไม่เคยไปมาก่อน เราก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเสมอในสิ่งที่ไม่น่ารู้ในฝัน

และถ้าเราลุกไปฉี่ กลับมาถ้าไม่ล้างหน้า เราจะฝันต่อจากเมื่อกี้ได้ นั่นเจ๋งมาก!

เหมือนกดรีโมทstopไว้ก่อน หมา แมว นก ไก่ จะฝันได้บ้างไหมหนอ...

 

 ฝันจะหวาน จะขม จะยาว จะสั้นเท่าไร

ก็ต้องตื่นมา .. ขอเพียงใช้การลืมตามองโลกอย่างเข้าใจ ^ ^

 

 

5.37

ขอตัวไปฝันต่อ

 

 

 

ฟ้า.

edit @ 7 Jan 2009 05:49:46 by ฟ้าคนเดียว

0007:The Swinger & The Sleeper

posted on 07 Nov 2008 05:38 by fa-free-form

มีผู้ชายคนนึงเคยพูดไว้

' จิตคนทั้งโลก ถูกเชื่อมกันไว้เป็นก้อนใหญ่ .. จิตเราก็เป็นหนึ่งในนั้น '

ทุกการกระทำของเราทั้งทางกายที่มองเห็น

และทั้งจิตใจที่สื่อถึงกันโดยไม่รู้ตัวย่อมส่งผลถึงกัน

 .

.

2 อาทิตย์ที่แล้วได้กลับบ้านไปดูแลแม่ที่เพิ่งผ่าตัดส้นเท้า

หลังจากที่ทนเจ็บมานาน เป็นผลมาจากการที่แม่เย็บผ้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 4000ชุด

อยู่บ้านนอกจากดูและแม่แล้วก็เริ่มวาดรูป

ตอนแรกรูปที่วาดออกมาเป็นรูปเด็กผู้หญิงบนชิงช้าในหน้าตาสงบและมีชีวิต

ทุกครั้งที่วดรูป ถ้าไม่มีโจทย์มาจากงานนอก ก็จะปล่อยสุดแต่จินตนาการพาไป

สุดท้ายแล้ว รูปกลับออกมาจบแบบนี้..วันที่วาดเสร็จก็สงสัยเหมือนกัน

ว่าทำไมตอนนั้นอยากวาดแบบนี้

ตอนแรกเลยตั้งชื่อรูปว่า The Swinger & The Death

 

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนสนิทก็โทรมาตอนเช้ามาก..มันผิดปกติ

รับสายแล้วเพื่อนก็บอกว่าเพื่อนสนิทที่เรียนมาตั้งแต่ประถมเสียแล้ว

วันทั้งวันเต็มไปด้วยมวลอากาศและความว่างเปล่า

.

.

ความสูญเสียทำให้เราเจ็บปวดมากขนาดนี้

และความตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว - มันพรากคนใกล้ชิดแต่ไกลตาไปจากเราตลอดกาล

หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชื่องานเป็น The Swinger & The Sleeper

ความตาย คือ การหลับใหลในที่ๆเวลาหยุดเดินและวันเวลาไม่มีความหมายอีกต่อไป

ทุกวันนี้ คิดแต่ว่าเพื่อนรักได้ออกเดินทางไป ในที่ๆวันนึงเราก็จะต้องเดินทางไปด้วยกันทุกคน

อยากวิงวอนต่อทุกสิ่ง

ให้คนที่รักกลับมา

ถึงจะเข้าใจในความเป็นไปของธรรมชาติ..แต่ก็ยังไม่หลุดพ้นจากความเจ็บปวดที่เป็นธรรมชาติอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

" กูทำดีที่สุดเท่านี้ กูวาดรูปเซตนี้ให้มึง ขอโทษที่กูไปส่งมึงครั้งสุดท้ายไม่ได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่ากูลืมมึงหรือความรู้สึกมันลดน้อยลงจากวันเก่าๆพวกนั้นที่ผ่านมา ไม่คิดว่ามึงจะไปจากกันเร็วแบบนี้ มึงสอนให้รู้ว่ากูควรทำทุกวันให้ดีที่สุด และทำดีกับคนที่รักโดยไม่รอเวลาแม้นาที เพราะแค่เสี้ยวนึงของเวลาที่เดินไป ก็พรากมึงไปได้ง่ายดายเหลือเกิน หวังว่าที่ๆมึงกำลังไปต่อ จะเป็นที่ๆดีและทำให้มึงมีความสุขและสงบ กูมีเพื่อนดี กูจะคิดถึงมึงไปอีกนานเจมส์..หลับให้สบายนะเพื่อนรัก "

 

ถ้าคำพูดของผู้ชายคนนั้นเป็นจริง

จิตเราคงรู้สึกถึงเรื่องที่จะเกิดและทำให้เราวาดรูปนี้ขึ้นมา

เราวาดรูปนี้ให้เพื่อน

และขอให้ทุกคนสำนึกไว้เสมอว่า..ทุกนาทีที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังของชีวิต

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย

เราจะทำอะไรให้ชีวิตมีคุณค่าสำหรับตัวเราเองและคนอื่นบ้าง

 

* ขอบคุณมึงที่เกิดมารู้จักกันและเป็นเพื่อนที่ดีกับกูมาตลอดเวลาเป็น10ปีที่ผ่านมา

มึงหลับให้สบายนะเจมส์ พวกกู9คนจะไม่ลืมมึงเลย :):):):):):):):):)

* 9 : พวกมึงต้องดูแลตัวเองให้ดี..รู้ใช่มั้ย

* ขอบคุณพี่ยิ่งที่คอยปลอบและเตือนสติ

* ขอบคุณพี่แหม่มที่เป็นห่วงเสมอนะคะ

* " โลกนี้ไม่ได้มีด้านเดียวและด้านเดียวไม่ใช่โลกนี้ ความสุขไม่ใช่โลกนี้ ความทุกข์ก็ไม่ใช่โลกนี้ ความไม่แน่นอนคือโลกนี้ "

 

 

 

 

 

 

ฟ้า.

 

0006:handmade with love ★ ISamARE

posted on 13 Sep 2008 17:08 by fa-free-form

 ฝนตกไม่เป็นจังหวะเลยวันที่ไปหาสยามดิส

พี่แหม่มชวนไปสัมภาษณ์พี่โลเล ดีใจจริงๆเลยที่ได้นั่งฟังพี่โลเลเล่าเรื่องราวของตัวเอง

ที่ดีใจมากกว่านั้นคือการได้รู้จักพี่แหม่ม พี่บิน พี่แนน แล้วก็พี่เชตนะคะ :):)

 

เอาโปสการ์ดไปให้พี่ๆ ฟ้าเอาไปไม่พออีก

ขอโทษพี่บินกับพี่เชตนะคะ ฟ้าเลยให้ไม่ครบเลย :D

 

โปสการ์ดที่ทำให้ISamAREทั้งหมดมีหลายแบบเลย

เดือนที่ผ่านมาเป็นวันเกิดISamAREพอดี  >> 1st anniversary

 

โปสการ์ดแผ่นแรก เป็นสตรอเบอร์รี่

เวลานึกถึงความสดชื่นสดใส ปาร์ตี้ หนุ่มสาว ความแปลกใหม่ จนถึงความรัก 55

จะนึกถึง'ผลไม้รูปหัวใจ' อย่างสตรอเบอร์รี่ ..

อยากให้ปีแรกเป็นปีที่สดใสนะคะ เป็นการเริ่มต้นที่ดีในปีต่อๆไปเลยค่ะ

 

โปสการ์ดอันนี้ทำต่อมา ใช้สีเร่งความสดชื่นจาสตรอเบอร์รี่อีกนิด

เพิ่มแฟร์รี่ไปอีกตัว เป็นแฟร์รี่แบบมีจริตนิดนึง สักหัวใจที่ขาอีก(อยากสักบ้าง55)

อันนี้ส่งให้พี่ๆในhi5 วันที่เจอกันฟ้าไม่ได้เอาไป ดีใจที่พี่แหม่มถามถึงนะคะ :):)

 

แผ่นต่อมา พยามจะใช้สีน้ำเงินกับแดง ลงบนพื้นขาวอมเทา

นึกถึงISamARE ประเทศไทย(สีธงชาติ) แล้วก็typo

ใช้สีเป็น 1 sister is me :D:D:D:D

 

 อันสุดท้ายชอบที่สุด :):)

แต่ยังไม่ได้เอาไปให้พี่ๆเลย

วันหลังถ้าได้เจออีกเดี๋ยวฟ้าเอาไปให้นะคะ

 

สำหรับเราคืออยากให้โปสการ์ดเป็นของฝาก

เป็นของฝากในโอกาสอะไรก็ได้ ให้ในเวลาไหนก็ได้

เลยสนุกที่ได้ให้โปสการ์ดมาตลอด

โปสการ์ดพูดได้ วันนั้นโปสการ์ดพูดว่า 'ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ:)'

 

 

วันนั้นดีใจมากที่พี่แหม่มชวนไปฟังพี่โลเลให้สัมภาษณ์ลงISamARE

แล้วก็ขอบคุณอีกที่พี่แหม่มแล้วก็พี่ๆที่เป็นกันเองมากๆนะคะ:D:D

 

 

 

 

*อย่าลืมอ่านinterviewพี่โลเล issueหน้าที่ www.isamaremag.com กันน้า

*วันนั้นได้เจอพี่แพรกับพี่เด็ดด้วย:):) เสียดายเจอพี่เด็ดแป็บเดียวเลย

*รูปที่ถ่ายกับพี่โลเล พี่แพร แล้วก็พี่ยิ่ง ที่ฟ้าหัวกระต่าย เพราะฟ้าหลับตา :P

*พี่บินเหมือนสนูปปี้มาก55/พี่แหม่มตัวเล็กมาก^^/พี่แนนเสียงเบามาก:):)/พี่เชตคานส์มาก55

*ขอบคุณมาย พัด แล้วก็มิกซ์มากที่มารอคุยงานกันน้า

*คนสำคัญ ถ้าไม่มีพี่ยิ่ง วันนั้นฟ้าก็คงไม่ได้ไปแน่เลย..ขอบคุณที่สุดเลยเหม่ง

 

 

 

 

ฟ้า :)(:

 

------------------------------------------------------------------------------------------------

edit @ 13 Sep 2008 18:05:10 by ฟ้าคนเดียว

0005:what do you think about her?

posted on 04 Sep 2008 00:22 by fa-free-form

what do you think about her? :

คุณกำลังเข้ามาในโลกของฉัน และนั่นคุณกำลังคิดไปเอง

 

จริงๆแล้ว ลองมองว่าภาพนี้เป็นกระดาษขาวขนาดเท่าเดิมแต่เปลี่ยนจากรูปภาพและสีเป็นตัวอักษร

รูปที่วาดแต่ละรูปก็ไม่ต่างจากจดหมายฉบับนึงที่กำลังข้อความบางอย่างถึงคนที่บังเอิญผ่านมาเห็น

ไม่ว่าคนที่มาเสพจะได้รับจดหมายนั้นหรือไม่ สิ่งที่มั่นใจได้คือ จะมีความรู้สึกบางอย่างหลงเหลืออยู่ในใจ... ..

 

ส่วนตัว ต้องการจะบอกว่า.. ผู้หญิงอาจเป็นผีเสื้อ เป็นดอกไม้ หรืออะไรก็ตามที่คุณคิด

หากคุณคิดว่าเข้าใจในสิ่งที่ผู้หญิงเป็น รับรู้สิ่งที่ผู้หญิงคิดและตอบสนองสิ่งที่ผู้หญิงต้องการได้แล้ว

 

คุณอาจกำลังเข้าใจผิดทั้งหมดอยู่ก็ได้ มันไม่ใช่เรียกร้องสิทธิอะไรทั้งนั้น

แต่คือการชักชวนมาทำความรู้จักกัน มากกว่าคิดตีความเอาเองว่า 'เธอเป็นแบบนั้นแบบนี้'

เพราะสิ่งที่คิดว่ารู้จัก อาจไม่ใช่เลย............ . . .. ..   .

 

ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ สิ่งที่สวยงามก็มีด้านมืดที่ก็แสดงออกมาพร้อม ๆ กัน

แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกทำร้ายง่ายซะเหลือเกินจากความรู้สึกที่เรียกว่า 'รัก'

ขอให้มันเป็นรักจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดว่าอาจใช่รัก 

 

 

ดูแล้วรู้สึกอะไรบ้าง ?

บอกกันบ้างนะ

 

 

 

ฟ้า:) 

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 

edit @ 4 Sep 2008 05:01:40 by ฟ้าคนเดียว

0004: after party .. i'm alone.

posted on 31 Aug 2008 23:42 by fa-free-form

 

 

หลับตานึกไป

รู้สึกตัวอีกที .. วันนั้นอยู่ในงานปาร์ตี้

ยืนอยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ต

เสียงดังมากจากผู้คนอารมณ์สับสน

ทำให้เหงามาก พูดจาภาษาอะไรกัน เหมือนเอานกมาคุยกับปลา

บางทีคนเราอาจต้องการได้นั่งรับไออุ่นจากบางคน... .. .. .

 

หลับตานึกไป

รู้สึกตัวอีกที .. คืนนั้นอยู่ในห้องนอน

ยืนอยู่หน้ากระจก

ไม่มีเสียงใครตอบกลับมา

ทำให้เหงามาก พูดจาภาษาอะไรกัน เหมือนเอาตัวเองออกมาไม่ได้

บางทีคนเราอาจต้องการได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด... .. .. .

 

 

หมดไป 1 วัน 1 คืน

*ไม่ได้แอบเศร้าเลยใดๆ

*วันคืนนั้นผ่านมาแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ฟ้า :)

 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

edit @ 1 Sep 2008 06:44:52 by ฟ้าคนเดียว

0003:my mini footprint :):)

posted on 26 Aug 2008 14:01 by fa-free-form

เดือนที่แล้วส่งงานภาพประกอบไปให้ Chic happens magazine

ตอนนั้นเห็นในเวปว่าmagazineเปิดโอกาสให้ส่งผลงานเข้าไป ถ้าเค้าชอบงานเราก็จะได้พื้นที่แสดงงานของเรา

เลยลองส่งงานของเราไปให้ดู แล้วchicก็เมลกลับมาว่าเราสนใจร่วมงานเป็นนักวาดภาพประกอบกับเค้ามั้ย

เราก็ตอบว่าสนใจและยินดีมาก ๆ อยากร่วมงานด้วยแน่นอน จำได้ว่าวันนั้นได้คุยกับพี่ปุ้ย บกบห ของChic :D

พี่ปุ้ยให้ลงทั้งหมด 2 เดือน ในHoroscopeของChic

แล้วก็ยังลงprofileให้ในหน้าeditor's talkให้อีก

ตอนพี่ปุ้ยให้ส่งรูปของเราไปให้ เราเลยตัดสินใจส่งรูปตอนเด็ก ๆ ที่ถ่ายกับพ่อแม่ไป

ดีใจที่พี่เค้าลงให้ อยากให้พ่อกับแม่ได้อยู่ในหน้าหนังสือด้วย

ตอนนี้พ่อกับแม่คงยังไม่ได้เห็น เพราะที่บ้านที่พิจิตรไม่รู้ว่าจะมีChicขายมั้ย

แต่เดี๋ยวจะเอากลับไปบ้านแน่นอน :>:>

มันมีความสุขเล็กๆแบบนี้เอง

ที่ได้เห็นงานเราไปอยู่ในmagazineซักเล่ม ที่คนอื่นจะได้เห็นมันบ้าง

มากกว่ามานอนนิ่งในสมุดสเก๊ตเราแบบเงียบเชียบเหมือนเคยเป็น

อยากให้พ่อกับแม่เห็นเร็ว ๆ จัง :>:>

 

 

*ขอบคุณChic happensที่ให้โอกาสดี ๆ ได้ร่วมงานด้วย

*ขอบคุณพี่ปุ้ย ที่รองานฟ้า แล้วก็ถามถึงเวลาไม่สบายนะคะ

*ขอบคุณพ่อกับแม่ที่คอยเป็นแฟนคลับที่ดีเสมอมา :P:P

*ขอบคุณอ้วนที่คอยให้กำลังใจ :)

 

 

 

ฟ้า :D

 

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

0002:hope project

posted on 20 Aug 2008 19:18 by fa-free-form

 

โปรเจคใหม่ล่าสุดที่เพิ่งผ่านไปคืองานในวิชาภาพประกอบ

วาดภาพประกอบขนาด 60*80" (ประมาณA1) ในหัวข้อ'ความหวัง'

งานขนาดใหญ่เหมือนกัน ทำอะไรดี ก็นั่งคิดว่าความหวังแบบpossitiveตอนนี้กับโลกคืออะไร

ก่อนที่จะทำในเฟรมก็สเก๊ตภาพรวม แล้วก็หอบเอาความหวังในใจไปคุยกับครูไก่ 

 

 

สเก๊ตแรกที่เอาไปส่งคือภาพกวางแม่ลูก ที่บนหัวมีรากไม้ปกคลุมเต็มไปหมด

รวมทั้งงอกเงยออกไปเป็นเขากวาง มีใบไม้งอกออกมาจากปลายเขา

ความหวัง คือ อยากให้มนุษย์รักธรรมชาติเหมือนลูกที่รักแม่

ดูจะเป็นความหวังที่กว้างเหมือนกัน เพราะเป็นความหวังของเราต่อสิ่งอื่นที่ใกล้ตัว

แต่ได้ยินได้ฟังกระแสโลกร้อน จนเราชาชินไปแล้ว

 

 

 

ครูไก่ให้ผ่าน แต่ก็ต้องมาคิดต่อว่าส่วนที่เป็นbackgroundนั้นจะทำยังไงดี

อยากให้เป็นลายไม้ แต่ด้วยความที่งานนี้ต้องhand made เราเลยต้องปรับใหม่

เพราะอยากให้ภาพออกมาดูเก่าโทนซีเปีย เหมือนแผนหนังหรือกระดาษเก่า ๆ

เลยพยามคิดหาเทคนิคมาทำ เพราะเราเองไม่ได้ถนัดงานจิตรกรรมเลย

สีที่ใช้ถนัดที่สุดคือสีไม้ กับการใช้เส้นมาทำให้รูปมีมิติ

 

 

แล้วก็ตัดสินใจเปลี่ยนจากภาพที่สเก๊ตครั้งแรก

ช่วงที่ทำงานเป็นช่วงที่ไม่สบายแล้วก็เหนื่อยๆหลังจากไปmeeting

เลยถามตัวเองว่าตอนนี้ความหวังคืออะไร

แล้วก็ได้รูปใหม่ออกมา :)

 

 

เป็นภาพที่วาดด้วยความสบายใจมาก ๆ

ด้วยปากกาหัวม้า4-5แท่งที่เกลื่อนกราดในห้อง

ออกมาเป็นความหวังที่มีอยู่ในตอนนี้จริงๆ คือ ได้พักในอ้อมกอดแม่ตลอดไป :D:D

 

เช้าวันต่อมาต้องเอาภาพไปแสดงที่สวนรถไฟ

แต่ด้วยความที่ไม่สบาย เลยต้องฝากเพื่อนๆไปแทน

เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย วันแสดงงานเป็นวันที่อากาศดี มีรุ้ง2ตัว พาดผ่านกรุงเทพ

เราดันต้องมานอนป่วยอยู่ในห้องซะนี่ เสียดายจัง

 

 

ต้องช่วยมารับภาพไปจาก แล้วก็วางภาพไว้ข้างๆอีก :) ขอบใจต้องมาก ๆ เลย

ขอให้มีวันดี ๆ แบบวันนั้นอีก ไม่ได้เห็นรุ้งกินน้ำนานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย

 

 

 

 

ฟ้า :D

 

 

 

 

 

 ////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 20 Aug 2008 19:27:06 by ฟ้าคนเดียว

edit @ 20 Aug 2008 19:29:42 by ฟ้าคนเดียว

0001:open gallery

posted on 19 Aug 2008 18:40 by fa-free-form

Somewhere over the Sky เป็นเหมือน Gallery เล็กๆ

ที่เราจะเอารูปที่วาดมาติดไว้และปลดออกเมื่อมีงานใหม่เข้ามา

ต่างกันตรงที่Galleryแห่งนี้แสดงงานที่เราวาดเองคนเดียว

และวาดด้วยปากกาหมึกดำเกือบทั้งหมด :)

 

Good dream เป็นจุดเริ่มต้นของการวาดภาพประกอบ

หลังจากวันนั้น Lily กับ Summer ก็ตามมา

เวลาว่างช่วงบ่ายถึงค่ำหมดไปกับการนั่งคุยเล่นกับแม่และวาดรูป :):)

 

3 คนนี้เป็นลูกสาว 3คนแรกของเรา :P:P

ตอนวาดรูปนี่มีความสุขมากจริงๆนะ

เวลาที่เรากำลังจะเห็นบางอย่างเป็นรูปเป็นร่าง

เป็นความรู้สึกพิเศษจริงๆ

 

 

 

ฟ้า :D

 

 

 

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

 

 

edit @ 20 Aug 2008 19:19:47 by ฟ้าคนเดียว