0015 : Ploy-Saeng 6 at TCDC, 11 May-27 June 10

posted on 16 May 2010 17:46 by fa-free-form

 มาชวนทุกคนไปเดินดูงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาจากหลายๆสถาบันที่จัดขึ้นในงาน"ปล่อยแสง ครั้งที่6"ที่TCDC ชั้น4 The Emporium เราส่งผลงานไปร่วมแสดงด้วย อยู่บู๊ต A7 เป็นงานfree megazine ถ้าแวะไปที่บู๊ต อย่าลืมแวะพลิกๆดูงานด้วยน้า แล้วก็เขียนคอมเมนต์ได้ด้วย เรามีสมุดเอาไว้ให้เขียนแสดงความคิดเห็น อยากรู้ว่าคนที่ผ่านไปมาได้เห็นงานแล้วคิดยังไงกันบ้าง

และขอบคุณมากๆที่แวะมาดู เท่านี้ก็ดีใจมากๆแล้วจ้ะ :-D

IS AM ARE (cover) - Art.Life.Inspiration Magazine

 

อาจมีบางคนเคยเข้าไปในเว็บไซต์ IS AM ARE - ISamAREmag.com เราได้มีโอกาสได้ทำงานกับIS AM ARE ตอนเป็นOnline Magazine และฝึกงานที่นี่ จนตอนทำทีสิส กดดันมากที่ต้องถามตัวเองว่าเราจะทำอะไรดี แล้วก็เปิดสมุดบันทึก เปิดหน้าเดสทอป ดูงานที่ผ่านมาของเราเอง สรุปว่าเราชอบวาดภาพประกอบ ชอบพบเจอและพูดคุยกับคนที่ชอบศิลปะและทำอะไรที่เค้าถนัด และสุดท้ายมันเป็นจริงขึ้นมา ทุกครั้งที่ได้ไปสัมภาษณ์ เราจะได้แรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดันในชีวิตเราจริงๆ เราจะรู้สึกว่า "เห้ย เค้าก็มาจากไม่มีอะไร เป็นโนเนม กว่าจะมาถึงวันนี้เค้าล้มไม่รู้เท่าไร สุดท้ายเค้าก็ทำได้ แล้วเราทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าเรามาจากไม่มีอะไร เราจะกลัวเสียอะไร" จนวันนี้ก็รักในการที่ได้พูดคุยกับผู้คนอยู่เหมือนเดิม เราขอพี่เจ้าของIS AM ARE เพราะเราสนใจในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับวันรุ่นรวมทั้งคนวัยทำงานที่ชอบศิลปะในกรุงเทพ มันไม่ใช่ว่าถ้าเราว่าง แล้วสิ่งแรกที่เราจะคิดถึงคือการเดินห้าง หรือนอนอยู่บ้าน เราน่าจะเดินออกไปจากกล่องใบเดิมบ้าง มันคงจะดีถ้าเราไม่พลาดอะไรที่เราสนใจ กิจกรรมดีๆที่เกิดในกรุงเทพ ศิลปินที่เราชอบ งานหรือโอกาสต่างๆ มันผ่านมาผ่านไป โดยที่ผู้คนในวัยมีไฟอย่างเราไม่รู้มาเยอะมาก เลยตัดสินใจ เราจะทำfree magazine โดยยึดเอาความเป็นInspiration Magazineเอาไว้ นอกนั้นเราออกแบบและคิดคอลัมน์เองทั้งหมด

เราทำมันมา4เดือน ตลอด4เดือนเหนื่อยมาก คิดConcept คิดคอลัมน์ ติดต่อคนที่เราสนใจสัมภาษณ์ ออกสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ แกะเทป พิมพ์งาน คิดและพิมพ์ทุกคำลงไป พิสูจน์อักษร ออกแบบในทุกขึ้นตอน ไปโรงพิมพ์ ตัดกระดาษเอง .... ทั้งหมดนี้เราเหนื่อยกับมันพอสมควร แต่ถ้าไม่ได้ทำทั้งหมดนี้คงไม่ภูมิใจขนาดนี้ :-)

เราคิดว่า ถึงจะมีคนอ่านงานชิ้นนี้เพียงคนเดียว เราก็ภูมิใจแล้วที่ได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่องานนี้ตลอด4เดือน ช่วงเวลาที่มีความสุขคือช่วงที่ได้วาดภาพประกอบทั้งหมดทุกภาพ ของคนที่เราได้ไปสัมภาษณ์ เพราะThemeของเล่มนี้คือ Illustration Issue เรารวมเอางานภาพประกอบและงานสัมภาษณ์ที่เป็นงานที่เราชอบเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น IS AM AREเล่มที่แสดงงานอยู่นี้ ก็คือตัวเราในช่วงเวลานี้ รวมถึงทัศนะคติต่างๆในเล่ม

ในบู๊ตเราใส่สมุดภาพประกอบที่มีงานIS AM ARE รวมทั้งงานภาพประกอบที่เราวาดไว้ด้วย พลิกอ่านได้เลย :-) ถ้ามีความเห็นยังไงมาคุยกันในบล๊อกนี้ได้ และขอบคุณอีกครั้งที่สละเวลาเข้าไปดูงานชิ้นนี้ของเรา ดีใจมากจริงๆนะ

ในบู๊ต A7

 

สมุดรวมงานภาพประกอบของเราเอง

ภาพประกอบของContributorsที่สัมภาษณ์ทั้งหมด

 

 

คุณปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง (Illustrator)

นักวาดภาพประกอบที่เราติดตามผลงานมานานและดีใจมากๆที่ได้สัมภาษณ์พี่เค้า พี่ปอมทำงานภาพประกอบอยู่ลอนดอน อังกฤษ ติดตามผลงานพี่ปอมได้ใน http://pommepomme.com/ ---- "ผู้คนมักบอกว่าเราโชคดี แต่พวกเข้าไม่รู้ว่าเราได้ผ่านอะไรมากว่าจะถึงจุดนี้ อย่าบอกว่าคุณโชคไม่ดี จนกว่าจะพยามถึง100ครั้ง!!"

 

 

ยิ่ง - ยิ่งศิวัช ยมลยง (Filmmaker)

คนทำหนังสั้นรุ่นใหม่ที่ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานพี่เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีรเศรฐกุล เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ ที่ได้เข้าชิงรางวัลเมืองคานส์ขณะนี้ ---- "หนังเสื้อเหลืองเสื้อแดงที่เราทำ เราอยากให้คนไม่ลืม ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเราเชื่อว่าคนไทยจะลืม"

 

 

พี่แอ๊ะ-ชาติฉกาจ ไวกวี (Photographer)

ช่างภาพ ผู้กำกับหนังและMV อาจารย์มหาวิทยาลัย และอื่นๆอีกมากมายที่พี่แอ๊ะทำ "ภาพถ่ายก็เหมือนผี!"

 

พี่อเล๊ก - พัชรพล แตงรื่น (Graffiti Writer) 

พี่Alex - กราฟิตี้ ไรเตอร์ที่เราชอบผลงานหน้าด้านข้างของเค้ามานาน พี่ใจดีมากๆ ขอบคุณที่ให้ฟ้าตามสัมภาษณ์พี่ตอนไปพ่นวันนั้น ---- "บางคนคิดว่ามันเป็นศิลปะ บางคนว่าไม่ใช่ ก็ไม่รู้นะ สุดท้ายเราคิดว่ามันเป็นเรื่องของวิถีชีวิต "

 

 

 คิด - นรศักดิ์ รามสูตร คนทำSound Design ในนามKraffa ---- "ดนตรีคือศิลปะ คุณต้องเคารพมัน"

 

ขอบคุณทุกคนจากใจจริง ทุกคนคือคนที่เราอยากรู้จัก

ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่แวะหยุดและดูผลงานเรา

ขอบคุณโอกาสดีๆที่ TCDC มีให้นักศึกษาจบใหม่

 

:-)

 

ฟ้า

 

อย่าลืมแวะหยิบนามบัตรด้วยนะ แล้วมาคุยกันจ้า :-)

 

 

0014: The voice

posted on 02 Feb 2010 05:28 by fa-free-form

 

 

 เมื่อคุณกัดแอ็ปเปิ้ลในมือ แล้วมีเสียงโหยหวนดังลั่น

มีเสียงเปี๊ยะเบาๆ ผิวผลไม้สีแดงค่อยๆปริออก

มีผู้หญิงผมยาวปิดหน้าหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ดวงตาบนหลังมือเพ่งมองมาที่คุณไม่กระพริบ

เธอหวาดกลัวและโกรธแค้นเหมือนหมาจนตอก

 

ของเหลวข้นสีม่วงค่อยๆไหลออกมาทีละน้อย

ค่อยๆไหล ค่อยๆหยดทีละหยด

เธอยังคงร้องและส่ายหน้าไปมา

ผมยุ่งไปหมด

แต่ตาคู่นั้นมองทะลุหลังมือ

และจ้องมาที่คุณ

 

ของเหลวสีม่วงเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ

มันไหลลงมาบนพื้นและเจิ่งนองรอบๆเท้าของคุณ

 

 คุณขว้างมันทิ้ง

เรื่องมันน่ากลัวเกินกว่าจะมานั่งแนะนำตัว

และคุณอยากวิ่งออกไปจากที่นั่นและ"สิ่งนั้น"

 

 

แต่เธออยากแนะนำตัว

เธอชื่อ"อีฟ"

 

 

และเธอแค่อยากถามเบาๆว่า

ที่คุณมักหงุดหงิดและพูดว่า.."ว่าแล้วว่าคันหน้าต้องเป็นผู้หญิงขับ"

หรืออะไรทำนองนี้

มันเพราะว่าฉันกัดแอ็ปเปิ้ลลูกนั้นรึเปล่า

ความผิดบาปนานา จึงถูกถ่ายทอดมาถึงลูกหลานที่เป็นเพศเดียวกับฉัน

และต้องเจอเหมือนที่ฉันเคยเจอ เมื่อกว่าหมื่น แสน ล้านปี

ก่อนที่ป้าลูซี่ ลิงตัวแรกจะเกิดซะอีก

 

 

 

 

"

ผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ก็เป็นคน

ทำผิด ทำถูก ได้เหมือนกัน

ไม่มีใครทำผิดมากกว่าหรือน้อยกว่า

ไม่มีใครเลวกว่าหรือดีกว่า

เราต่างเกิดมาพร้อมอุปสรรคและภาระต่างกัน

อย่าดูถูกกันเพียงเพราะมันไม่ใช่เพศของคุณ

ทั้งผู้หญิง และ ผู้ชาย

วัดการกระทำดีกว่าอะไรทั้งหมด

"

 

 

 

 

 

 *1ใน20ภาพ จากโปรเจค Illustration of Unusual People(2009)

 

 

edit @ 2 Feb 2010 06:23:57 by ฟ้าคนเดียว

0013: HAPPY TIGER YEAR postcard.

posted on 02 Feb 2010 05:19 by fa-free-form

 

 

 

โปสการ์ดนี้ไม่มีคำอวยพร

เพียงจะบอกว่า

แค่ลงมือทำ..ยิ่งกว่าเสือ ก็เป็นได้!!!

 ..

 ไม่ว่าปีนี้ หรือปีไหนๆ ยิ่งกว่าเสือก็เป็นได้ แค่เราลงมือทำ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

 

 

edit @ 2 Feb 2010 19:11:31 by ฟ้าคนเดียว

0012:Merry Christmas :D

posted on 09 Jan 2010 01:59 by fa-free-form

 

อัพเดตย้อนหลังไปเมื่อช่วงคาบเกี่ยว ระหว่างวันคริสต์มาสและปีใหม่

ได้tagในfbจากพี่ที่น่ารักคนนึง(พี่เม็ดนุ่น) เป็นที่อยู่ของค่ายทหารใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้

เลยจัดการทำโปสการ์ดและเขียนกับแฟนทันที ดีใจมากที่มีช่องทางที่ได้ให้กำลังใจพี่ๆที่ทำงานเสี่ยง

เอาชีวิตเป็นเดิมพันอันตรายทุกวันขนาดนั้น เพื่อพวกเรา คนที่เค้าไม่รู้จักด้วยซ้ำ..

 

 

 

รู้มาว่าโปสการ์ดหรือจดหมายที่ส่งไปที่ค่าย เจ้าหน้าที่เค้าจะเอาไปแปะบอร์ดไว้ให้อ่านกัน

พี่ๆลุงๆทหารอ่านกันจนมันเปื่อย เพราะใครมาเจอก็จะพลิกๆอ่าน

รู้แบบนี้แล้วสะเทือนใจ

เวลาเราเรียนหรือทำงานเหนื่อย เรายังต้องการกำลังใจ

แล้วนี่เค้าทำงานเพื่อชาติ ออกจากที่พักต้องทำใจทุกวันไม่รู้จะได้กลับมามั้ย

ปีใหม่เราฉลองกัน แต่เค้าไม่ได้กลับบ้านไปหาคนที่รัก

งบที่มีให้ไปก็น้อย การกินอยู่ก็ไม่ดีอะไรเลย

น่าเห็นใจมากๆ เราพูดว่าเราเห็นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

ถ้ามีหนทางที่เราทำได้ ไม่เหนือบ่ากว่าแรง ก็น่าจะลองทำดู

เค้ากลัวเราจะลืมเค้านะคะ..

 

 

ขอให้ทุกคนมีความสุขทุกๆวัน ขอให้ทหารและตำรวจทางภาคใต้ทุกคนปลอดภัยได้กลับบ้านเร็วๆค่ะ :)

0011 : a little canvas for a little something^^

posted on 07 Jan 2010 02:24 by fa-free-form

a little something

คำนี้น่ารักจัง ทำให้นึกถึงเด็กๆ และอะไรที่น่ารักๆ ละมุนละไมบอกไม่ถูก :)

a little something

เป็นชื่อของโรงเรียนสอนทำอาหารเสริมพัฒนาการเด็ก

เป็นห้องเรียนสอนทำอาหารที่น่ารักมากๆ

ยืนยันได้จากภาพเด็กๆที่ไปเรียน

เราโชคดีที่รู้จักพี่ๆที่ทำโรงเรียนนี้ เลยพลอยได้รับความสุขทุกครั้งที่ได้ไปช่วยดูแลเด็กๆ

 

อยากให้หลายๆคนที่ชอบทำอาหาร ลองไปที่โีรงเรียนจัง 

อย่าดูถูกเด็กๆเชียว ^^ เพราะถึงจะอายุน้อยมากประมาณ2ขวบกว่าๆน้องก็ลองหัดทำอาหารได้แล้ว!!

การไปที่โรงเรียนนี้ ทำให้เราเข้าใจเลยว่ามันไม่ใช่แค่การทำอาหาร

เด็กๆจะรู้จักฝึกการใช้อุปกรณ์ ฝึกกล้ามเนื้อเวลาหั่น รู้จักความร้อนและเย็น

รู้จักกะและประมาณการชั่ง/ตวง รู้จักการรอคอย เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ

และอีกมากมายหลายอย่างจริงๆที่เด็กจะค่อยๆเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว ^^ เป็นสิ่งที่ดีมากๆ

 

 ช่วงวันเปิดโรงเรียนลยตั้งใจวาดภาพ1ภาพให้พี่ๆที่โรงเรียน

โทษฐานที่ใจดีกับเรามาโดยตลอด ^^ 

 เป็นภาพเด็กๆกำลังง่วนทำอาหารและขนมกันชุลมุนไปมา

หวังว่าพี่ๆจะชอบกันนะคะ(ไม่ชอบก็ต้องชอบนะ ฮ่าๆๆ)

 

 ถ้าใครสนใจส่งลูกๆหลานๆเด็กๆในบ้านมาเรียนก็โทรติดต่อมาได้เลยนะคะ

หรือจะมาเรียนเองเลยก็ได้ ไม่ได้สอนเฉพาะเด็กๆค่ะ

ดูรายละเอียดจากในเว็บก่อนได้ หรือจะลองไปดูสถานที่จริงเลยก็จะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ

อยู่ใกล้ๆโรงพยาบาลสมิติเวช แถวๆเอ็มโพเลียมเลย

 

 

"a little something" Learning by Cooking

p : 02.762.7899 , 089.142.1108
w : http://a-littlesomething.com

@ : Racquet Club Building 4, 2nd floor, 165 Sukhumvit Soi 49, Wattana Bangkok

 

 

* เวลาวาดรูปให้ใครก็ตามเป็นของขวัญ

จะชอบเห็นแววตาเค้าเวลาดูรูปที่สุด

เป็นสิ่งแทนคำพูด ว่าเรายินดีด้วยมากๆและหวังเป็นที่สุดว่าเค้าจะได้รับสิ่งดีๆตลอดไป ^-^


edit @ 7 Jan 2010 03:41:53 by ฟ้าคนเดียว

0010 : They said,I'm an unusual people.

posted on 29 Oct 2009 01:56 by fa-free-form

หลังจากที่ไม่ได้ Update นานเลย 

ช่วงที่ผ่านมาหลายเดือนเบื่อและหน่ายกับตัวเองบวกกับอะไรรอบตัว

เหมือนตัวเองแก่ลงไปหลายปี

ไม่ตื่นเต้น เฮฮา ใช้ชีวิตโลดโผน

จริงๆเป็นวัยรุ่นที่เรียบร้อยทางกายภาพ แต่แอบคิดอะไรแรงๆอยู่เงียบๆ

ตอนนี้เปิดเทอมครั้งสุดท้ายแล้ว

เป็นปีสุดท้ายที่จะเรียนอยู่ที่นี่

และมีเรื่องให้ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ให้สาใจที่ไม่ได้ตื่นเต้นกับอะไรมากๆนาน

คือ รู้สึกว่า ตัวเองชอบงานfine artมากกว่าCommercial art

และไม่ชอบทำโฆษณาเลย ไม่มีความสุข

แต่กลับมาความสุขมากที่ได้นั่งวาด นั่งทำอะไรเล็กๆน้อยๆเงียบๆ

อย่างน้อยเวลา3ปีครึ่งก็ทำให้ได้รู้จักตัวเอง และอะไรอีกเยอะมากที่ลาดกระบัง

 

มาต่อที่Projectนี้

เป็นงานที่ต้องทำก่อนทำThesis และเราเลือกได้ว่าจะทำอะไร โดยเอาไปเสนออาจารย์

เราเลือกทำภาพประกอบ ได้แรงบรรดาลใจจากหนังเรื่องFUR

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Diane Arbus ช่างภาพชาวอเมริกัน Dianeชอบถ่ายภาพแปลกๆ

การแสดงงานครั้งแรก คนที่มาดูถึงกับประณามว่าภาพของเธอเป็นภาพวิตถารเลยทีเดียว

มาดูตัวอย่างภาพที่เธอถ่าย

 

 

 

 

ดูFURแล้วชอบมาก ถึงนิโคล คิดแมนจะหน้าไม่เหมือนDiane

แต่คิดว่านิโคลเล่นบทเก็บกดอะไรไว้ในใจได้ดี และเหมาะกับบทนี้มาก

รักหนังเรื่องนี้ ดูแล้วปั่นป่วน ก้ำกึ่งระหว่างชอบกับเกลียดเลย พีคมาก

อธิบายไม่ถูก แต่เหมือนมันตีเอาความรู้สึกที่ลึกๆขึ้นมาให้เรารู้สึกอีกครั้งนึง

จากที่เราลืมมันไปนานแล้ว หรือไม่อยากจำมันอีก

เป็นความกลัว ความอาย ความเห็นแก่ตัว ความไม่อยากเป็นตัวประหลาด

การยอมทำอะไรที่ไม่อยากทำไม่เป็นตัวเอง เพื่อแลกมากับสถานะความเป็นปกติ

อะไรทำนองนั้น :)

ถ้ายังไม่ได้ดู อยากให้ลองดูกัน หนังเข้าใจใช้สัญลักษณ์เปรียบเทียบมากๆ

 

จริงๆProjectนี้ งานทั้งหมดกำหนดไว้20ชิ้นงาน

แต่เราทำไม่ครบ20 และเลือกงานที่ชอบเท่านั้นมาลงบล๊อก

เพราะด้วยขอบเขตมากมาย ทำให้งานบางชิ้นไม่เป็นไปอย่างที่เราอยากให้เป็น

รวมทั้งเรื่องการตีความและระยะเวลาในการทำงานมีส่วนมากในการทำงานภาพประกอบ

ถือว่าวางแผนงานไม่ดี ไม่ประสบความสำเร็จ แต่รูปที่ออกมาก็ชอบมากด้วยเหมือนกัน

ต่ออไปต้องวางแผนให้ดีดว่านี้

 

 

B/W Illustration about Unusual People. ( inspired by Diane Arbus )

พูดถึงสิ่งที่ลึกๆแล้วคนทั่วไปไม่ให้การยอมรับ

ขอบเขตของงานคือ เป็นภาพประกอบโดยใช้เส้น และเป็นภาพขาวดำเท่านั้น

 

 -----

" They said, I just a woman. "

B/W Illustration about Unusual People.
( inspired by Diane Arbus )

 ภาพนี้สื่อถึงความเป็นผู้หญิง การที่แอ็ปเปิ้ลถูกกัด สื่อถึงการที่Eveเข้าไปในสวนEden

และกัดกิน"ผลไม้แห่งปัญญา"คือแอ็ปเปิ้ลเข้าไป ทำให้พบวิบากกรรมต้องเกิดมาในโลกมนุษย์

และในศาสนายิว ยังบัญญัติไว้ว่าการเกิดเป็นหญิงถือเป็นบาป ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ

เพื่เป้นการรับบาปนั้น เช่น การโพกผ้าปิดบังหน้าตา การมีประจำเดือน เป็นต้น

นี่เป็นส่วนหนึ่งในการถูกจัดเป็นเพศที่2ที่อยู่ในฐานะรองมาเป็นเวลานาน(ถึงนานมากๆ)

-----

 

 

 

-----

" They said, I just a person with disability. "

B/W Illustration about Unusual People.
( inspired by Diane Arbus )

ทุกคนเรียกเธอว่าหญิงพิการ แต่นั่นเป็นเพียงการจัดประเภทจากคนอื่นเท่านั้น

ใช้ชีวิตแบบที่เธออยากใช้ได้ และเลือกที่จะมีความสุขได้ ไม่ต่างจากคนอื่นนี่นา

-----

 

 

-----

" They said, I just the poor."

B/W Illustration about Unusual People.
( inspired by Diane Arbus )


-----

 

 

วันนี้ลงเท่านี้ก่อน ง่วงแล้ว แล้วเจอกันคราวหน้าค่ะ :D

 

0009: Sis-Up

posted on 26 Jun 2009 07:47 by fa-free-form

 

สองคนนี้เป็นพี่น้องกันค่ะ และมองแว็บเดียวก็น่าจะรู้ว่าสองคนนี้เป็นfashionista

และถ้ามีคำถามเล็กๆว่าทำไมสองคนนี้ต้องผมหยิกเหมือนกันด้วย!?

คำตอบมาจากเพื่อนผมหยิกของฉัน

 

เืพื่อนของฉันติดต่อมา ว่ามีคนต้องการอยากให้ทำภาพประกอบและนามบัตร รวมทั้งป้ายร้าน

เป็นร้านขายรองเท้าและกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองชื่อSis-Up สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ อยุธยา ซอย2  BG1332

 

หลังจากได้briefงานทางe-mail

คืนนั้นฉันก็วาดรูปสองพี่น้องSis-Upออกมา

..ภาพประกอบที่อยากได้เป็นภาพสองสาวพี่น้อง และผมหยิกด้วยกันทั้งคู่..

เริ่มวาดตั้งแต่ตี1กว่าจะเสร็จก็ตี4เศษๆ

แต่ว่าระหว่างวาดเพลินมาก ไม่ง่วงเลย

 

ความรู้สึกที่รูปค่อยๆเป็นรูปเป็นร่าง เหมือนกับว่ากำลังมีลูกเลย 

ถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีลูกก็ตาม สรุปว่าฉันรักรูปที่วาดเหมือนลูกละกันนะคะ ^ ^

 

 

 

ภาพป้ายร้านที่ทำให้เลือก 3 แบบ

 

แบบแรก

 

 

 

 

แบบที่สอง

 

 

 

 แบบที่สาม

 

 

 

 

 

นามบัตรด้านหน้า

 

 

 

นามบัตรด้านหลัง

 

ตอนออกแบบอยากให้มันดูไม่เยอะ สีสันต์ไม่มาก เพราะมันจะดูยัดเยียด

อะไรที่เราถูกยัดเยียดมากๆ มันก็จะน่าเบื่อมากๆด้วยเหมือนกัน

เลยลองทำไปให้ลูกค้าดู

 

ภาพประกอบทำเสร็จนานมากแล้ว

แต่ว่าส่วนของนามบัตรแล้วก็ป้ายติดไว้ เพราะช่วงนั้นงานเยอะมาก

ประกอบกับคนที่ว่าจ้างให้ทำเป็นคนที่เพื่อนรู้จัก

เลยขอเลื่อนเวลา แต่ก็ช้ามา จนรู้สึกผิดแล้วก็ลดราคาให้

จากที่ตอนแรกลดราคาอยู่แล้วเพราะรู้จักกับเืพื่อน

 

 

 

งานนี้ทำเสร็จไปเมื่อ2เดือนที่แล้วค่ะ

ยังวางแผนการทำงานไม่ดีเท่าที่ควรเป็นนักเพราะเลตงาน

แต่งานที่ออกมาตัวเองพอใจมาก ไม่รู้ว่าตอนนี้ทางร้านทำป้ายร้านรึยัง

แต่ถ้าใครผ่านไปเจอ ก็อย่าลืมแวะเข้าไปSis-Upนะคะ

(เรากำลังหาโอกาสไป ยังไม่เคยไปเหมือนกัน แต่เคยเห็นภาพในร้านเรียบร้อยแล้ว)

 

ขอให้ขายดีนะ Sis-Up

ขอบคุณที่ไว้ใจให้ฟ้าช่วยงานค่ะ

 

 

รู้สึกว่าการวาดรูปด้วยปากกาหมึกซึมสีดำเหมือนการนั่งสมาธิ

เพราะแต่ละเส้น ผ่านการคิดและทบทวนซ้ำไปมาในหัวเราแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว

รูปหลายๆรูปที่ดูเหมือนง่าย ที่เราพบเห็นทั้งงานศิลปะต่างๆนานา รวมทั้งทุกสิ่งรอบตัว

ล้วนถูกขีดและออกแบบโดยคนและธรรมชาติมาแล้วทั้งนั้น

ฉันมองว่ามันมหัศจรรย์นะคะ ลองมองรอบๆตัวเรา มันมากมายด้วยการออกแบบจริงๆ

 

 

 ฟ้า :")


edit @ 26 Jun 2009 09:18:31 by ฟ้าคนเดียว

0008:dream

posted on 07 Jan 2009 05:36 by fa-free-form

 

ตอนเด็กๆไม่ค่อยจะฝันเท่าไรเลย

จำได้ว่าเคยสงสัยว่าทำไมหนอ เราไม่ค่อยฝัน เพราะอะไรกัน

แต่ก็รู้สึกดี ที่ได้นอนเต็มที่ เหมือนเป็นช่วงสุญญากาศ ความคิดหลับไหล

แต่ช่วงนี้เริ่มฝันบ่อย

เรื่องตลกของความฝัน คือ ไม่ว่าเราจะฝันแปลกเท่าไร

หรือไปในที่ไม่เคยไปมาก่อน เราก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเสมอในสิ่งที่ไม่น่ารู้ในฝัน

และถ้าเราลุกไปฉี่ กลับมาถ้าไม่ล้างหน้า เราจะฝันต่อจากเมื่อกี้ได้ นั่นเจ๋งมาก!

เหมือนกดรีโมทstopไว้ก่อน หมา แมว นก ไก่ จะฝันได้บ้างไหมหนอ...

 

 ฝันจะหวาน จะขม จะยาว จะสั้นเท่าไร

ก็ต้องตื่นมา .. ขอเพียงใช้การลืมตามองโลกอย่างเข้าใจ ^ ^

 

 

5.37

ขอตัวไปฝันต่อ

 

 

 

ฟ้า.

edit @ 7 Jan 2009 05:49:46 by ฟ้าคนเดียว

0007:The Swinger & The Sleeper

posted on 07 Nov 2008 05:38 by fa-free-form

มีผู้ชายคนนึงเคยพูดไว้

' จิตคนทั้งโลก ถูกเชื่อมกันไว้เป็นก้อนใหญ่ .. จิตเราก็เป็นหนึ่งในนั้น '

ทุกการกระทำของเราทั้งทางกายที่มองเห็น

และทั้งจิตใจที่สื่อถึงกันโดยไม่รู้ตัวย่อมส่งผลถึงกัน

 .

.

2 อาทิตย์ที่แล้วได้กลับบ้านไปดูแลแม่ที่เพิ่งผ่าตัดส้นเท้า

หลังจากที่ทนเจ็บมานาน เป็นผลมาจากการที่แม่เย็บผ้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 4000ชุด

อยู่บ้านนอกจากดูและแม่แล้วก็เริ่มวาดรูป

ตอนแรกรูปที่วาดออกมาเป็นรูปเด็กผู้หญิงบนชิงช้าในหน้าตาสงบและมีชีวิต

ทุกครั้งที่วดรูป ถ้าไม่มีโจทย์มาจากงานนอก ก็จะปล่อยสุดแต่จินตนาการพาไป

สุดท้ายแล้ว รูปกลับออกมาจบแบบนี้..วันที่วาดเสร็จก็สงสัยเหมือนกัน

ว่าทำไมตอนนั้นอยากวาดแบบนี้

ตอนแรกเลยตั้งชื่อรูปว่า The Swinger & The Death

 

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เพื่อนสนิทก็โทรมาตอนเช้ามาก..มันผิดปกติ

รับสายแล้วเพื่อนก็บอกว่าเพื่อนสนิทที่เรียนมาตั้งแต่ประถมเสียแล้ว

วันทั้งวันเต็มไปด้วยมวลอากาศและความว่างเปล่า

.

.

ความสูญเสียทำให้เราเจ็บปวดมากขนาดนี้

และความตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว - มันพรากคนใกล้ชิดแต่ไกลตาไปจากเราตลอดกาล

หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชื่องานเป็น The Swinger & The Sleeper

ความตาย คือ การหลับใหลในที่ๆเวลาหยุดเดินและวันเวลาไม่มีความหมายอีกต่อไป

ทุกวันนี้ คิดแต่ว่าเพื่อนรักได้ออกเดินทางไป ในที่ๆวันนึงเราก็จะต้องเดินทางไปด้วยกันทุกคน

อยากวิงวอนต่อทุกสิ่ง

ให้คนที่รักกลับมา

ถึงจะเข้าใจในความเป็นไปของธรรมชาติ..แต่ก็ยังไม่หลุดพ้นจากความเจ็บปวดที่เป็นธรรมชาติอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

" กูทำดีที่สุดเท่านี้ กูวาดรูปเซตนี้ให้มึง ขอโทษที่กูไปส่งมึงครั้งสุดท้ายไม่ได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่ากูลืมมึงหรือความรู้สึกมันลดน้อยลงจากวันเก่าๆพวกนั้นที่ผ่านมา ไม่คิดว่ามึงจะไปจากกันเร็วแบบนี้ มึงสอนให้รู้ว่ากูควรทำทุกวันให้ดีที่สุด และทำดีกับคนที่รักโดยไม่รอเวลาแม้นาที เพราะแค่เสี้ยวนึงของเวลาที่เดินไป ก็พรากมึงไปได้ง่ายดายเหลือเกิน หวังว่าที่ๆมึงกำลังไปต่อ จะเป็นที่ๆดีและทำให้มึงมีความสุขและสงบ กูมีเพื่อนดี กูจะคิดถึงมึงไปอีกนานเจมส์..หลับให้สบายนะเพื่อนรัก "

 

ถ้าคำพูดของผู้ชายคนนั้นเป็นจริง

จิตเราคงรู้สึกถึงเรื่องที่จะเกิดและทำให้เราวาดรูปนี้ขึ้นมา

เราวาดรูปนี้ให้เพื่อน

และขอให้ทุกคนสำนึกไว้เสมอว่า..ทุกนาทีที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังของชีวิต

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย

เราจะทำอะไรให้ชีวิตมีคุณค่าสำหรับตัวเราเองและคนอื่นบ้าง

 

* ขอบคุณมึงที่เกิดมารู้จักกันและเป็นเพื่อนที่ดีกับกูมาตลอดเวลาเป็น10ปีที่ผ่านมา

มึงหลับให้สบายนะเจมส์ พวกกู9คนจะไม่ลืมมึงเลย :):):):):):):):):)

* 9 : พวกมึงต้องดูแลตัวเองให้ดี..รู้ใช่มั้ย

* ขอบคุณพี่ยิ่งที่คอยปลอบและเตือนสติ

* ขอบคุณพี่แหม่มที่เป็นห่วงเสมอนะคะ

* " โลกนี้ไม่ได้มีด้านเดียวและด้านเดียวไม่ใช่โลกนี้ ความสุขไม่ใช่โลกนี้ ความทุกข์ก็ไม่ใช่โลกนี้ ความไม่แน่นอนคือโลกนี้ "

 

 

 

 

 

 

ฟ้า.

 

0006:handmade with love ★ ISamARE

posted on 13 Sep 2008 17:08 by fa-free-form

 ฝนตกไม่เป็นจังหวะเลยวันที่ไปหาสยามดิส

พี่แหม่มชวนไปสัมภาษณ์พี่โลเล ดีใจจริงๆเลยที่ได้นั่งฟังพี่โลเลเล่าเรื่องราวของตัวเอง

ที่ดีใจมากกว่านั้นคือการได้รู้จักพี่แหม่ม พี่บิน พี่แนน แล้วก็พี่เชตนะคะ :):)

 

เอาโปสการ์ดไปให้พี่ๆ ฟ้าเอาไปไม่พออีก

ขอโทษพี่บินกับพี่เชตนะคะ ฟ้าเลยให้ไม่ครบเลย :D

 

โปสการ์ดที่ทำให้ISamAREทั้งหมดมีหลายแบบเลย

เดือนที่ผ่านมาเป็นวันเกิดISamAREพอดี  >> 1st anniversary

 

โปสการ์ดแผ่นแรก เป็นสตรอเบอร์รี่

เวลานึกถึงความสดชื่นสดใส ปาร์ตี้ หนุ่มสาว ความแปลกใหม่ จนถึงความรัก 55

จะนึกถึง'ผลไม้รูปหัวใจ' อย่างสตรอเบอร์รี่ ..

อยากให้ปีแรกเป็นปีที่สดใสนะคะ เป็นการเริ่มต้นที่ดีในปีต่อๆไปเลยค่ะ

 

โปสการ์ดอันนี้ทำต่อมา ใช้สีเร่งความสดชื่นจาสตรอเบอร์รี่อีกนิด

เพิ่มแฟร์รี่ไปอีกตัว เป็นแฟร์รี่แบบมีจริตนิดนึง สักหัวใจที่ขาอีก(อยากสักบ้าง55)

อันนี้ส่งให้พี่ๆในhi5 วันที่เจอกันฟ้าไม่ได้เอาไป ดีใจที่พี่แหม่มถามถึงนะคะ :):)

 

แผ่นต่อมา พยามจะใช้สีน้ำเงินกับแดง ลงบนพื้นขาวอมเทา

นึกถึงISamARE ประเทศไทย(สีธงชาติ) แล้วก็typo

ใช้สีเป็น 1 sister is me :D:D:D:D

 

 อันสุดท้ายชอบที่สุด :):)

แต่ยังไม่ได้เอาไปให้พี่ๆเลย

วันหลังถ้าได้เจออีกเดี๋ยวฟ้าเอาไปให้นะคะ

 

สำหรับเราคืออยากให้โปสการ์ดเป็นของฝาก

เป็นของฝากในโอกาสอะไรก็ได้ ให้ในเวลาไหนก็ได้

เลยสนุกที่ได้ให้โปสการ์ดมาตลอด

โปสการ์ดพูดได้ วันนั้นโปสการ์ดพูดว่า 'ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ:)'

 

 

วันนั้นดีใจมากที่พี่แหม่มชวนไปฟังพี่โลเลให้สัมภาษณ์ลงISamARE

แล้วก็ขอบคุณอีกที่พี่แหม่มแล้วก็พี่ๆที่เป็นกันเองมากๆนะคะ:D:D

 

 

 

 

*อย่าลืมอ่านinterviewพี่โลเล issueหน้าที่ www.isamaremag.com กันน้า

*วันนั้นได้เจอพี่แพรกับพี่เด็ดด้วย:):) เสียดายเจอพี่เด็ดแป็บเดียวเลย

*รูปที่ถ่ายกับพี่โลเล พี่แพร แล้วก็พี่ยิ่ง ที่ฟ้าหัวกระต่าย เพราะฟ้าหลับตา :P

*พี่บินเหมือนสนูปปี้มาก55/พี่แหม่มตัวเล็กมาก^^/พี่แนนเสียงเบามาก:):)/พี่เชตคานส์มาก55

*ขอบคุณมาย พัด แล้วก็มิกซ์มากที่มารอคุยงานกันน้า

*คนสำคัญ ถ้าไม่มีพี่ยิ่ง วันนั้นฟ้าก็คงไม่ได้ไปแน่เลย..ขอบคุณที่สุดเลยเหม่ง

 

 

 

 

ฟ้า :)(:

 

------------------------------------------------------------------------------------------------

edit @ 13 Sep 2008 18:05:10 by ฟ้าคนเดียว